ดนตรี เป็นยาบำรุงสมองจริงหรือ?

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่อยากให้ลูกมีสมองที่ดีควรที่จะฟังทางด้านนี้เพราะว่า ผศ.ดร. อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ เป็นรองประธานทางด้านสถานบันวิจัยที่จะบอกว่าการที่เราให้ลูกของเราเรียนดนตรีหรือว่าศิลปะให้มากขึ้นเพราะว่าการที่เราเรียนรู้สิ่งเหล่านี้นั้นจะทำให้ลูกของเราเป็นเด็กที่ฉลาดและเป็นดารที่เราได้เห็นว่าลูกของเรามีความฉลาดไปทางด้านไหน

ซึ่งทางผศ.ดร. อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ อยากให้ทางโรงเรียนหรือว่าผู้ปกครองให้ความสำคัญในการที่จะให้ลูกได้เรียนดนตรีให้มากขึ้น เพราะว่าการที่ปล่อยให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวดนตรีนั้นเปรียบสเหมือนเป็นปุ๋ยชั้นดีเพราะว่าจะช่วยในเรื่องของการที่จะพัฒนาจิตใจของเด็กให้งดงาม เพราะว่าเดี่ยวนี้ส่วนใหญ่จะให้ลูกเข้าไปแข่งขันในการที่เรียนวิชาหลักๆกันมากกว่าอย่างคณิต ภาษา เลยทำให้ลืมการที่เราจะได้เรียนเกี่ยวกับการเล่นดนตรีหรือว่าศิลปะที่ในตอนนี้เราคิดว่าวิชาเหล่านี้จะเหลือน้อยเต็มที
เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่นั้นจะเน้นไปทางหลังสูตรอื่นมากจนจะทำให้เด็กนั้นไม่มีเวลาที่จะผ่อนคลายกันเลย การที่เราส่งเสริมให้เด็กเรียนเกี่ยวกับศิลปะบ้างเราจะทำให้เด็กนั้นได้ฝึกการคิดหรือว่าจินตนาการและการสร้างสรรค์ได้มากขึ้น ดังนั้นศิลปะเราจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

1. การที่สอนศิลปะและดนตรีเพื่อที่จะช่วยในการที่พัฒนาสมองเด็กให้สมบูรณ์การที่เราให้เด็กได้เรียนจะเป็นการที่เราให้สมองของเขาเกิดการณ์กระตุ้นให้เขามีความคิดที่สร้างสรรค์มากขึ้นและจินตนาการ
2. การที่เราใช้ดนตรีเพื่อที่จะบำบัดหรือว่าบำรุงสมอง อาการทางจิตเช่นเด็กที่มีสมาธิสั้น เด็กออทิสติก เด็กที่มีความก้าวร้าว
3. ศิลปะและดนตรี สำหรับการที่เด็กนั้นมีแววที่จะเป็นนักแสดงเพราะว่าเด็กบางคนก็มีพรสวรรค์ทางด้านนี้

ศิลปะและดนตรีกับการพัฒนาเด็ก

ศิลปะก็เปรียบสะเหมือนการที่เป็นน้ำทิพย์ในการที่บ่มสมองให้งอกงามและก็เพิ่มพลังจินตนาการเพราะว่าทั้งดนตรีและและก็ศิลปะจะช่วยในการที่จะปลดปล่อยให้คนอิสระและได้ใช้ความคิดที่สร้างสรรค์ดังนั้นการที่ให้เด็กนั้นเรียนเรื่องศิลปะหรือว่าดนตรีเป็นเรื่องที่เราควรที่จะให้ความ
สำคัญอย่างยิ่งและเราจะเห็นได้ว่าการที่เราเห็นลูกตอนเข้าโรงเรียนส่วนมากนั้นครูจะให้เด็กๆนั้นเล่นดินน้ำมันเพื่อที่จะปั้นให้เป็นอะไรก็ได้เพื่อที่จะได้ความจินตการของเด็กว่าแต่ละคนเป็นอย่างไหน เด็กบางคนก็จะนั่งปั้นแบบว่านั่งเงียบ

ศิลปะและดนตรีเพื่อการบำบัด

เด็กๆนั้นก็จะมีหลายประเภทอย่างเช่นเด็กที่เป็นความเครียดเอาไว้แต่ถ้าหากว่าได้ระบายออกมาก็จะทำให้เด็กที่มีความเครียดมีอาการที่ดีขึ้นเพราะว่าได้ศิลปะและดนตรีที่ช่วยให้เด็กที่มีความเก็บกดได้ระบายออกมาและก็จะทำให้เด็กพวกนี้รู้สึกว่าผ่อนคลาย และก็พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาต่อไป